Aristotle,อริสโตเติล

บุคคลสำคัญที่ชาวโลกกล่าวขวัญถึงโดยมิรู้ลืม คือ อริสโตเติล  Aristotle เป็น นักวิทยาศาสตร์และนักปรัชญาชาวกรีกสมัยโบราณ ได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้ที่ทำการศึกษาค้นคว้าในวิทยาศาสตร์ทุกๆแขนง มาเป็นเวลามากกว่า 2,000 ปี และเป็นนักสังเกตการณ์ทางธรรมชาติที่เชี่ยวชาญผู้หนึ่ง ทฤษฎีของเขาส่วนมากเป็นที่ยอมรับนับถือมากจนถึงสมัยศตวรรษที่ 14  แม้ทฤษฎีของเขาบางอย่างภายหลังมาพิสูจน์ว่าผิด  ตัวอย่าง เช่น ความเชื่อที่ว่า โลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล แต่ก็ต้องเข้าใจว่าในสมัยนั้นยังไม่มีกล้องโทรทรรศน์เลย แต่ก็เป็นการแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นนักสังเกตและนักคิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคน หนึ่ง อริสโตเติล เกิดเมื่อปี 260 ก่อนคริสตกาล ที่ประเทศกรีซ บิดาของเขาเป็นแพทย์ประจำพระองค์ของกษัตริย์แห่งมาซีดอน(Macedon) เมื่อเขาอายุได้ 18 ปี อริสโตเติลเดินทางไปศึกษาที่เมืองเอเธนส์โดยเป็นศิษย์ของพลาโต (Plato) นัก ปราชญ์ชาวกรีกผู้มีชื่อเสียง จากการเป็นนักค้นคว้า นักปราชญ์ นักวิทยาศาสตร์ นักดาราศาสตร์ และความเป็นคนช่างสังเกต ทำให้เขาได้สรุปความคิดเห็นและความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งต่างๆไว้หลายประการ  เช่น เป็นคนแรกที่แสดงให้คนในสมัยนั้นเชื่อว่าโลกมีสัณฐานกลม ซึ่งเขาได้ข้อสรุปนี้มาจากการสังเกตว่า เมื่อเกิดจันทรุปราคา เงาของโลกที่ทอดไปยังดวงจันทร์นั้นโค้งไม่ได้เป็นเส้นตรง วัตถุที่มีส่วนโค้งเท่านั้นจึงจะให้เกิดเงาที่โค้งได้ ดังนั้นโลกจึงต้องมีรูปร่างที่มีส่วนโค้ง นอกจากนั้นก็เป็นคนแรก ที่ให้ความเห็นว่าโลกอยู่ตรงกลางของจักรวาล โดยมีดวงอาทิตย์และดวงจันทร์หมุนรอบ  ซึ่งความเห็นข้อนี้ได้รับความเชื่อถือมาหลายร้อยปี จนกระทั่ง “นิโคลลัส โคเปอร์นิคัส” นัก ดาราศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่เป็นผู้พิสูจน์ว่าแท้จริงแล้ว โลกเป็นเพียงดาวเคราะห์ดวงหนึ่งที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของจักรวาลที่แท้จริง อริสโตเติล เขียนหนังสือไว้หลายเล่ม จึงทำให้นักวิทยาศาสตร์ปัจจุบันได้ทราบเรื่องผลงานของเขา เขาเป็นคนแรกที่ได้บันทึกพฤติกรรมของสัตว์และพืช นอกจากนั้นก็ยังสนใจในพฤติกรรมของมนุษย์ อย่างลึกซึ้งและมีความเชื่อว่า มนุษย์ทุกๆ คนมีความสามารถและความคิดไม่เท่ากัน แต่ทุกคนมีโอกาสที่จะเก่งได้เท่ากัน อริสโตเติล มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย คนหนึ่งนั้นก็คือ อเล็กซานเดอร์ โอรสของกษัตริย์ฟิลลิปแห่งเมืองมาซีดอน ซึ่งกลายมาเป็นผู้มีอำนาจสูงที่สุดในโลกและเป็นผู้ครอบครองกรีซทั้งหมด ตลอดจนเปอร์เซียจนถึงประเทศอินเดีย แต่เมื่ออเล็กซานเดอร์มหาราชสิ้นพระชนม์เมื่อปี323 ก่อนคริสต์ศักราช อริสโตเติลก็เสียผู้มีอำนาจที่จะสนับสนุน และมีหลายคนในเอเธนส์ที่ไม่ชอบเขา เขาจึงตัดสินใจหนีออกจากเอเธนส์พร้อมกับลูกศิษย์จำนวนหนึ่ง ก่อนที่จะถูกศัตรูทำร้าย อริสโตเติล ถึงแก่กรรมเมื่อ 322 ปีก่อนคริสตกาล รวมอายุได้ 62 ปี

Archimedes,อาร์คิมีดิส

อา ร์คิมิดิส Archimedes คือ บุคคลสำคัญของโลกอีกผู้หนึ่ง  เป็นนักวิทยาศาสตร์และนักคณิตศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสมัยกรีกโบราณ เขาเป็นผู้บัญญัติกฎและพิสูจน์กฎนั้นด้วยการปฏิบัติและทดลองด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นแบบอย่างและวิธีการที่นักวิยาศาสตร์ในปัจจุบันปฏิบัติกันอยู่ นอกจากเป็นนักคิดและนักค้นคว้าแล้ว อาร์คิมีดิสยังเป็นนักประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่ โดยการสร้างเครื่องผ่อนแรงในการส่งหลายอย่าง จนได้ชื่อว่า “บิดาแห่งวิทยาศาสตร์ปฏิบัติ” อาร์คิมีดิส  เกิดที่ซีราคิวในเกาะซิซิลีก่อนคริสตศักราช 248 ปี เป็นบุตรของนักดาราศาสตร์ผู้หนึ่ง เขาจบการศึกษาจากนครอเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์ และมีความสนใจในการศึกษาทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ภายหลังจบการศึกษาแล้ว เขาได้อุทิศเกือบทั้งชีวิตในการศึกษาค้นคว้าและทดลอง โดยได้รับการสนับสนุนจากกษัตริย์เฮียโรตลอดเวลา อาร์คิมีดิสใช้เวลาส่วนใหญ่ขลุกอยู่กับท่าเรือ และจากนิสัยการเป็นนักคิดและนักประดิษฐ์นั่นเอง เขาจึงสร้างเครื่องผ่อนแรงในการส่งสินค้าที่ท่าเรือหลายอย่าง และได้วางหลักการของคานดีด คานงัดและหลักการของลูกรอก ซึ่งเป็นแนวทางและต้นแบบในการสร้างเครื่องผ่อนแรงในยุคปัจจุบัน นอกจากงานประดิษฐ์เครื่องผ่อนแรงแล้ว สิ่งประดิษฐ์อีกชิ้นหนึ่งของเขาก็คือกระจกรวมแสง ซึ่งเป็นกระจกเว้าใช้ส่องกับอสงอาทิตย์แล้วจะเกิดการสะท้องแสงไปรวมกันที่ จุดโฟกัส ทำให้เกิดเปลวไฟขึ้น ซึ่งกล่าวกันว่าเมื่อกรีกเกิดสู้รบกับโรมัน เรือรบของโรมันหลายลำได้ถูกเผาผลาญไปด้วยกระจกเรืองแสงแบบนี้นั่นเอง ผลงานการคิดค้นของเขาที่ได้รับการกล่าวขวัญและมีชื่อเสียงมากๆของอาร์คิมี ดิสก็คือ การตั้งกฎการหาความถ่วงจำเพาะของวัตถุต่างๆ เล่ากันว่าครั้งหนึ่ง กษัตริย์เฮียโรทรงสงสัยว่ามงกุฏที่ทำด้วยทองคำของพระองค์จะถูกช่างทองเจือ เงินเข้าไปด้วยเพื่อยักยอกทองบางส่วนไว้ แต่พระองค์ไม่ทราบว่าจะหาวิธีใดที่จะตรวจสอบโดยไม่ต้องนำมงกุฎไปหลอม จึงทรงให้อาร์คิมีดิสซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์และเพื่อนของพระองค์เป็นผู้ พิสูจน์ การต้องรับผิดชอบในงานนี้ทำให้อาร์คิมีดิสต้องใช้ความคิดอย่างหนัก ตอนแรกเขามองไม่เห็นทางที่จะตรวจสอบโดยไม่ต้องหลอมมงกุฎเลย แต่แล้วในที่สุดเขาก็ได้รับคำตอบในขณะกำลังจะอาบน้ำ เมื่อเขาก้าวเท้าลงไปในอ่างน้ำซึ่งมีน้ำอยู่เต็ม เขาสังเกตุเห็นว่าน้ำในอ่างน้ำบางส่วนจะล้นออกมาเมื่อเขาก้าวลงไปและคิดว่า ถ้าเขาเป็นคนอ้วน น้ำก็คงจะล้นออกมามากกว่านี้ และทันใดนั้นเขาก็กระโดดออกจากอ่างและตะโกนว่า “ยูเรกา ยูเรกา” (ซึ่งในภาษากรีกแปลว่าฉันรู้แล้ว)เสียงดังลั่น การที่อาร์คิมีดิสตื่นเต้นเพราะน้ำที่ล้นออกจากอ่างทำให้เขาคิดหาแก้ปัญหา ของกษัตริย์ได้ เขาทราบว่าเงินหนักครึ่งกิโลกรัมจะมีปริมาณมากกว่าทองที่มีน้ำหนักที่มี น้ำหนักเท่ากัน ดังนั้นถ้าเขาจุ่มก้อนเงินลงในถ้วยที่มีน้ำเต็ม น้ำจะล้นออกมามากกว่าเมื่อจุ่มทองที่มีน้ำหนักเท่ากันลงไป เช่นเดียวกับคนอ้วนที่จะทำให้น้ำล้นออกจากอ่างมากกว่าคนผอม โลหะเงินผสมทองก็จะทำให้ปริมาณน้ำล้นออกมาน้อยกว่าเงินบริสุทธิ์ แต่จะมากกว่าทองบริสุทธิ์ อาร์คิมีดิสจึงชั่งมงกุฎและทองแท่งหนึ่งให้มีน้ำหนักเท่ากันแล้วเอามงกุฎและ ทองจุ่มลงในถ้วยที่มีน้ำเต็ม เขาพบว่า มงกุฎทำให้น้ำล้นออกมามากกว่าทอง เขาจึงทราบว่ามงกุฎนั้นไม่ได้ทำจากทองคำบริสุทธิ์ทั้งหมด แต่มีโลหะเงินและโลหะอื่นๆเจือปนอยู่ จากนั้นอาร์คิมีดิสก็เริ่มค้นคว้าหาวิธีการที่จะหาปริมาณของเงินบริสุทธิ์ ที่ผสมอยู่ในมงกุฎ โดยนำเอาเงินบริสุทธิ์หนักเท่ามงกุฎใส่ลงในถ้วยน้ำ และเปรียบเทียบปริมาตรของน้ำที่ล้นออกมาแต่ละครั้ง ด้วยวิธีนี้ทำให้เขาคำนวณได้ว่าในมงกุฎมีโลหะแต่ละชนิดผสมอยู่อย่างละเท่า ไๆไหร่ เมื่อได้คำตอบแล้วเขาก็นำไปกราบทูลให้กษัตริย์เฮียโรทรงทราบ ทำให้พระองค์พอพระทัยมาก จึงพระราชทานรางวัลให้เขาและลงโทษช่างทองผู้คดโกง และจากเหตุการณ์นี้เอง เขาจึงเป็นผู้ตั้งกฎ ซึ่งถูกเรียกว่ากฎของอาร์คิมีดิสว่า “น้ำหนักของวัตถุที่หายไปในน้ำ จะเท่ากับน้ำหนักของน้ำที่ถูกวัตถุนั้นแทนที่” ซึ่งจากกฎข้อนี้เอง ทำให้นักวิทยาศาสตร์ยุคต่อมาได้ใช้ในการหาความถ่วงจำเพาะของวัตถุ อาร์คิมีดิสเสียชีวิตจากการถูกสังหาร เมื่อก่อนคริสตศักราช 323 ปี รวมอายุได้ 75 ปี

ที่ชาร์จแบต iPhone 4S

ที่ชาร์จแบต iPhone 4S

iPhone 4S โทรศัพท์ตัวล่าสุดที่ได้มีการเปิดตัวมาจาก Apple  ซึ่งได้ทำการพัฒนาให้ตัวโทรศัพท์ตอบสนองกับแอพพลิเคชัน  ต่างๆ ได้อย่างมากขึ้น   ซึ่งเป็นที่น่าสนใจและ เป็นที่น่าจับจองมาก สำหรับคนที่กำลังมองหา Smart Phone  ซักเครื่อง   iPhone 4S ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้คุณทุกๆคนได้ตัดสินใจ   แต่ว่าความสามารถที่หลากหลายนั้นก็ตั้งแลกด้วยความสิ้นเปลืองด้านพลังงาน  อาจเป็นเพราะขนาดหน้าจอที่ใหญ่และมีการปรับขนาดความคมชัดให้แก่หน้าจอ  ทำให้ไม่ว่าเวลา เล่นเกม  แชท  หรือใช้แอพพลิเคชันต่างๆ  ได้ไม่นานแบตเตอรี่ที่แสดงอยู่ก็ลดลงไปอย่างน่าใจหาย  แล้วถ้ายังคงเล่นต่อไปก็คงจะหมดลงอย่างแน่นอน  เพราะฉะนั้น เราจึงมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างง่ายดายสำหรับปัญหาจากเรื่องแบตเตอรี่หมดนี้  วิธีแก้ดังกล่าวคือ ที่ชาร์จแบต iPhone 4S
ที่ชาร์จแบต iPhone 4S  คือ เราต้องนำเจ้าตัวนี้ ไปชาร์จไฟจากไฟบ้าน เหมือนเราชาร์จโทรศัพท์ แล้วเมื่อเต็มเราก็แค่พกมันไปในทุกๆ ที่ และเมื่อแบตเตอร์รี่ของ  iPhone 4S  หมด เราก็เพียงหยิบที่ชาร์จแบต iPhone 4S  นี้ขึ้นมาแล้วทำการต่อเข้ากับตัวเครื่อง iPhone ของเรา  เท่านี้เราก็สามารถใช้การเจ้า  iPhone 4S ได้ตามปกติ  ซึ่งเจ้าที่ชาร์จแบต iPhone 4S  นี้ ถือเป็นอุปกรณ์เสริมอย่างหนึ่งที่มีวางขายอยู่โดยทั่วไป  อาจถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์เสริมที่ช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของแบตได้เป็นอย่างดี  ฉะนั้นผู้ที่เป็นสาวกทั้งหลายก็ควรที่จะเลือกซื้อเก็บวันซักอันนะครับ  ราคาก็ไม่แพงมากแต่อย่างใด หาซื้อ ที่ชาร์จแบต iPhone 4S ได้ที่นี่

ที่ชาร์จแบต iPhone 4

ที่ชาร์จแบต iPhone 4

iPhone 4 คือโทรศัพท์มือถือที่มี เทคโนโลยีที่ก้าวข้ามข้อจำกัดต่างๆ กล่าวคือ มันเป็นโทรศัพท์ที่สามารถทำได้มากกว่าการโทรศัพท์   คือ นอกจากการโทรศัพท์แล้ว มันยังสามารถที่จะ เล่นเกมส์ต่างๆ ได้ สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย จากแอพพลิเคชันต่างๆ  การใช้ social network ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook ,twitter, MSN,Line,Whats app  และอื่นๆอีกมากมายที่สามารถทำได้อย่างสบายๆ แต่ด้วยประสิทธิภาพที่มาพร้อมแบบเต็มตัว  ไอโฟนก็มาพร้อมกับราคาที่ค่อนข้างออกตัวแรงเช่นกัน แต่ในทุกวันก็ต้องลดราคาลงเพื่อทำการแข่งกับพวก android ทำให้ราคาของ iPhone 4 ในเวลานี้ถือว่าถูกลงกว่าตอนออกตัวค่อนข้างมาก
          ตอนนี้ ก็มีผู้ผลิต หลายๆ ค่าย ไม่ว่าจะเป็นทาง Apple เอง หรือ บริษัทต่างๆ ที่ทำการผลิต อุปกรณ์เสริม iPhone 4 ออกมาเพื่อเป็นเพิ่มความสะดวกในการใช้งานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เสริมที่ช่วยตกแต่ง เช่น ฟิล์มกันรอยแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแบบใส  แบบด้าน หรือแบบที่เป็นลาย 3 มิติ รวมไปถึงเจ้าเคส  ที่ใส่ iPhone 4   ซึ่งมีให้เลือกแบบมากมาย  ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อใดก็ตาม ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีลวดลายที่สวยงามเพื่อเป็นการดึงดูด ผู้ใช้ ให้มาร่วมกันเลือกซื้อเพื่อเป็นการใช้ประโยชน์จาก เคสนั้นและถือเป็นการตกแต่งไอโฟนคู่ใจ ของตนเองไปในตัวก็ว่าได้  นอกจากอุปปรณ์ที่ช่วยในการตกแต่งแล้วยังมีอุปกรณ์เสริมด้านการใช้งานอีกด้วย เช่น พวก ปากกาที่ไว้ใช้สำหรับการกดลงบนจอสัมผัส ชุดเลนส์กล้อง ที่ให้ความคมชัด ความละเอียดเพิ่มมากขึ้น  หรือแม้กระทั่ง ที่ชาร์จแบต iPhone 4 อันนี้ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งครับ ที่จะทำให้ผู้ใช้ iPhone 4 ได้ใช้ มันนานยิ่งขึ้น  จึงควรจะมีที่ชาร์จแบต iPhone 4 กันทุกท่าน หาซื้อ ที่ชาร์จแบต iPhone 4 ได้ที่นี่

ที่ชาร์จแบต iPhone

ที่ชาร์จแบต iPhone

iPhone เป็นสมาร์ทโฟน จากเทคโนโลยีตระกูล i จาก Apple  ซึ่งได้ทำการพัฒนาให้ตอบสนองกับแอพพลิเคชัน  ต่างๆ ได้อย่างมากขึ้น   ซึ่งเป็นที่น่าสนใจและ เป็นที่น่าจับจองมาก สำหรับคนที่กำลังมองหา Smart Phone  ซักเครื่อง  iPhone ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้คุณทุกๆคนได้ตัดสินใจ   แต่ทว่า  หลายๆคนอาจจะทราบถึง หรือได้ยินมาว่า iPhone ตัวนี้ เปลืองแบตมาก    อาจเป็นเพราะขนาดหน้าจอที่ใหญ่และมีการปรับขนาดความคมชัดให้แก่หน้าจอ  ทำให้ไม่ว่าเวลา เล่นเกม  แชท  หรือใช้แอพพลิเคชันต่างๆ  ได้ไม่นาน เปอร์เซ็นต์ของแบตที่แสดงอยู่ก็ลดลงไปอย่างน่าใจหาย  แล้วถ้ายังคงเล่นต่อไปก็มิวาย  หมดลงแน่  ฉะนั้น เราจึงมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างง่ายดายสำหรับปัญหาจากเรื่องแบตหมดนี้  วิธีแก้ดังกล่าวคือ  การใช้ที่ชาร์จแบตสำรองนั่นเอง
ที่ชาร์จแบต iPhoneหรือ ที่ชาร์จไฟสำหรับพกพานั่นแหละครับ  คือ เราต้องนำเจ้าตัวนี้ ไปชาร์จไฟจากไฟบ้าน เหมือนเราชาร์จโทรศัพท์ แล้วเมื่อเต็มเราก็แค่พกมันไปในทุกๆ ที่ และเมื่อแบตเตอร์รี่ของ  iPhone หมด เราก็เพียงหยิบเจ้าที่ชาร์จแบตสำรองนี้ขึ้นมาแล้วทำการต่อเข้ากับตัวเครื่องเท่านี้   เราก็สามารถใช้การเจ้า iPhone ได้ตามปกติ  ซึ่งเจ้าที่ชาร์จแบต  iPhone นี้ ถือเป็นอุปกรณ์เสริมอย่างหนึ่งที่มีวางขายอยู่โดยทั่วไป  อาจถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์เสริมที่ช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของแบตได้เป็นอย่างดี  ฉะนั้นผู้ที่เป็นสาวกทั้งหลายก็ควรที่จะเลือกซื้อเก็บวันซักอันนะครับ  ราคาก็ไม่แพงมาก อยู่ที่ประมาณ 1500 – 2000 บาทเองครับ หรือหาซื้อ ที่ชาร์จแบต iPhone ได้ที่นี่

ข้อมูล คนทิสอ

รูปที่1

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Vitex trifolia   Linn.

ชื่อวงศ์ : VERBENACEAE

ชื่ออื่นๆ : ดินสอ คนทีสอขาว คุนดีสอ ดอกสมุทร สีเสื้อน้อย ทิสอ

ลักษณะ : ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก สูง 1-4 ม. กิ่งก้านมีขนนุ่ม ใบเป็นใบประกอบจำนวน 1-3 หรือ 5 ใบ รูปขอบขนานแกมรูปหอก โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ใบย่อยไม่มีก้านใบ ขนาดกว้าง 1.7-3 ซม. ยาว 2.5-9 ซม. แผ่นใบด้านล่างมีสีอ่อน ดอกสีม่วงแดงหรือม่วงน้ำเงิน ออกเป็นช่อ ยาว 3-15 ซม. ดอกบานขนาด 1-2 ซม. กลีบดอก 5 กลีบ เกสรผู้ยาวพันกลีบดอก ที่โคนมีขนนุ่ม รังไข่เกลี้ยง ผลสีดำ รูปทรงกลม ผิวมัน ขนาด 0.5 ซม.

การกระจายพันธุ์ : พบในเอเชียเขตร้อนจนถึงหมู่เกาะแปซิฟิค และทวีปออสเตรเลีย ขึ้นกระจายทั่วไปที่ระดับความสูง 100-1,700 ม. ออกดอกและติดผลช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม

ประโยชน์ : คนพื้นบ้านใช้ปลูกเป็นรั้ว รากและใบทำยาต้มแก้ไข้

ข้อมูล กวาวเครือ

รูปที่1

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Butea superba   Roxb.

ชื่อวงศ์ : PAPILIONACEAE

ชื่ออื่นๆ : กาวเครือ กว๋าวเครือ จานเครือ กวาวเครือขาว ทองเครือ ตานจอมทอง กวาว กวาวหัว

ลักษณะ : เป็นไม้เถา ขึ้นยึดเกาะกับต้นไม้ใหญ่ มีหัวใต้ดินเป็นก้อนใหญ่สีขาว ยอดอ่อนมีขนนุ่มปกคลุม ใบ เป็นใบประกอบ ก้านหนึ่งมี 3 ใบย่อย ดอก เป็นดอกเดี่ยวขนาดใหญ่ สีแสด รูปดอกถั่ว ขนาดยาว 4-7 ซม. กลีบรองดอกเชื่อมติดกันเป็นรูประฆัง กลีบดอก 5 กลีบ กลีบตั้งแผ่กว้าง กลีบข้างแคบ กลีบกระทงโค้งแหลม ยาวเป็น 4-5 เท่าของกลีบรองดอก ผล เป็นฝักแบนเห็นก้านชัดเจน

การกระจายพันธุ์ : จากอินเดียถึงเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศไทยพบทางภาคเหนือและภาคตะวันตก เป็นไม้กลางแจ้งที่ขึ้นได้ดีตามป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณแล้ง ที่ระดับความสูง 100-300 เมตร

ประโยชน์ : ชาวบ้านเชื่อวาหัวกวาวมีฮอร์โมนบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง แต่ถ้ารับประทานมากจะเป็นพิษ ทำให้เลือดลมไม่ปกติ

ข้อมูล สะเดาไทย

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Azadirachta indica  A. Juss. var. siamensis  Valeton
วงศ์ : Meliaceae 
ชื่อสามัญ : Margosa, Neem, Siamese Neem tree, Nim
ชื่ออื่น : สะเดา (กลาง) กะเดา ไม้เดา (ใต้), สะเลียม (เหนือ), ผักกะเดา กาเดา (อีสาน)

ลักษณะ  ไม้ยืนต้น สูง 5-10 เมตร ทุกส่วนมีรสขม ยอดอ่อนที่แตกใหม่มีสีน้ำตาลแดง เปลือกต้นสีเทาแตกเป็นร่อง ใบ ประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อยรูปใบหอก กว้าง 3-4 ซม. ยาว 4-8 ซม. ขอบใบหยักฟันเลื่อย ฐานใบไม่เท่ากัน ดอก ช่อ ออกที่ปลายกิ่งขณะแตกใบอ่อน กลีบดอกสีขาว ผลเป็นผลสด รูปรี มี 1 เมล็ด
ประโยชน์ด้านกำจัดแมลง : ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช อาทิ  ตั๊กแตน หนอนชอนใบ เพลี้ยจักจั่น เพลี้ยอ่อน เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยกระโดดหลังขาว แมลงหวี่ขาว ด้วงหมัดผัก หนอนใยกะหล่ำปลี หนอนใยผัก หนอนกระทู้ หนอนกอหนอนเจาะสมอฝ้าย หนอนบุ้งปอแก้ว แมลงในโรงเก็บ ไส้เดือนฝอย
การนำไปใช้: สารสกัดสะเดาที่มีในเมล็ดและใบ มีฤทธิ์ในการฆ่าแมลง ขับไล่ ต่อต้านการดูดกิน ยับยั้งการเจริญเติบโต ป้องกันและกำจัดแมลงได้หลายชนิด
วิธีใช้:
วิธีที่ 1. โรยเมล็ดสะเดาบดตามแปลงผักเพื่อปรับสภาพดิน
วิธีที่ 2. นำเมล็ดสะเดา 1 กก. บดให้ละเอียด ห่อผ้าแช่น้ำ 1 ปี๊บ แช่ทิ้งไว้ 1 คืน ก่อนใช้ผสมน้ำสบู่ 1 ช้อนโต๊ะ นำไปฉีดพ่นทุกๆ 7 วัน ในตอนเย็น
วิธีที่ 3. นำเมล็ดและใบสะเดา เหง้าข่าแก่ ตะไคร้หอม อย่างละ 2 กก. สับให้ละเอียด แล้วตำหรือบดรวมกัน แช่น้ำ 1 ปี๊บ แช่ทิ้งไว้ 1 คืน แล้วกรองเอาหัวเชื้อที่ได้ ผสมน้ำเปล่า 1 ปี๊บ ต่อน้ำยา 0.5 ลิตร ฉีดพ่นทุกๆ 7 วัน ในตอนเย็น
วิธีที่ 4.นำเมล็ดสะเดาแห้ง ที่ประกอบด้วยเปลือกหุ้มเมล็ด และเนื้อเมล็ด มาบดให้ละเอียด แล้วนำผงเมล็ดสะเดามาหมักกับน้ำ ในอัตราส่วน 1 กก. ต่อน้ำ 20 ลิตร โดยใช้ผงสะเดาใส่ไว้ในถุงผ้าขาวบาง แล้วนำไปแช่น้ำทิ้งไว้ 1 วัน ใช้มือบีบถุงตรงส่วนของผงสะเดา เพื่อให้สาร อะซาดิแรคติน ที่อยู่ในผลสะเดา สลายตัวออกมาให้มากที่สุด เมื่อจะใช้ก็ยกถุงผ้าออก บีบถุงให้น้ำในผงสะเดาออกมาให้หมด ก่อนใช้นำน้ำที่ได้ผสมน้ำสบู่หรือแชมพู แล้วนำไปฉีดพ่น
สารสำคัญ: bitter principle เปลือกต้นมีสาร nimbin, desacetylnimbin ในใบมี quercetin ในเมล็ดมีสาร azadirachtin สามารถฆ่าแมลงได้ และพวก quinone  ตำรายาไทย ใช้ก้านใบเป็นยาแก้ไข้ทุกชนิด เปลือกต้นแก้ท้องเดิน แก้บิดมูกเลือด ผลเป็นยาถ่ายพยาธิ แก้ริดสีดวง แก้ปัสสาวะพิการ ดอกเป็นยาบำรุงธาตุ รากแก้ไข้ ทำให้อาเจียน

ข้อมูล พิมาย

ภาพ:ปราสาทหิน.jpg        เป็นเมืองที่สร้างตามแบบแผนของศิลปะขอม มีลักษณะเป็นเวียงสี่เหลี่ยม ชื่อ พิมาย น่าจะมาจากคำว่า วิมาย หรือ วิมายปุระ ที่ปรากฏในจารึกภาษาขอมบนแผ่นหินตรงกรอบประตูระเบียงคดด้านหน้าของปราสาท จากหลักฐานศิลาจารึกและศิลปะสร้างบ่งบอกว่า ปราสาทหินพิมายคงเริ่มสร้างขึ้นสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ราวพุทธศตวรรษที่ 16 ในฐานะเทวสถานของศาสนาพราหมณ์ รูปแบบของศิลปะเป็นแบบบาปวนผสมผสานกับศิลปะแบบนครวัด ซึ่งหมายถึงปราสาทนี้ได้ถูกดัดแปลงมาเป็นสถานที่ทางศาสนาพุทธในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7

เมื่ออิทธิพลของวัฒนธรรมขอมเริ่มเสื่อมลงหลังรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และมีการสถาปนาอาณาจักรสุโขทัยในเวลาต่อมา เมืองพิมายคงจะหมดความสำคัญลง และหายไปในที่สุด เนื่องไม่ปรากฏหลักฐานเกี่ยวกับเมืองพิมายเลยในสมัยสุโขทัย

เมืองพิมายเป็นเมืองโบราณอันเก่าแก่ มีประวัติการตั้งชุมชนสืบเนื่องกันมายาวนานนับพันปี ในเมือง แห่งนี้จึงมีสิ่งต่าง ๆ ที่น่าสนใจและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เป็นจำนวนมาก โดยเมืองพิมายได้สร้างเมือง ขึ้นตามแบบของอาณาจักรเขมรโบราณ ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16-18 โดยมีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีคูเมือง กำแพงเมืองล้อมรอบ มีซุ้มประตูทางเข้า-ออกเมืองขนาด ใหญ่ ก่อด้วยศิลาแลงทั้ง 4 ด้าน แต่ที่ พิเศษกว่าเมืองทั่วไป คือ เมืองพิมายจะหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเพื่อรับกับแนวถนน โบราณจากเมืองพระ นครของอาณาจักรเขมร ตรงกลางเมืองเป็นที่ตั้งปราสาทหินพิมายซึ่งเป็นพุทธสถานในศาสนาพุทธลัทธิมหายาน ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ในประเทศไทยสร้างด้วยหินทรายสีขาว ตามแบบศิลปะเขมรราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 และรูปแบบปรางค์ประธานของปราสาทหินพิมาย ยังเป็นต้นเค้าของปราสาทนครวัดอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรเขมรโบราณอีกด้วย นอกจากนี้แล้วบริเวณเมืองยังมีโบราณสถานน้อยใหญ่ ที่สำคัญอีกหลายแห่ง คือ กุฏิฤาษี อันเป็นโรงพยาบาลโบราณ สร้างตามแบบศิลปะ เขมรอายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 ท่านางสระผม ซึ่งเป็นท่าน้ำโบราณศิลปะเขมรอายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 เมรุพรหมทัต ซึ่งเป็นเจดีย์ขนาดใหญ่ สมัยอยุธยาตอนปลาย ตลอดจนสระน้ำ โบราณอันเก่าแก่อีกหลายแห่งด้วยกัน เป็นต้น และก่อนการตั้งเมืองพิมายยังพบว่าบริเวณเมืองแห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งชุมชนโบราณ สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย มีอายุราว 2,200 ปีมาแล้ว

กลอน กลอนวันแม่

A mothers like a ray of sunshine
Whose heart is just pure gold.
A mother beams with happiness
that’ll never grow old.
She’ll stay in my heart forever
As if she were inside
We’ve shared so many things,
We laughed, we smiled, we cried.
I love my mother very much
and still throughout the years
We share the mother daughter love,
and always when I fear,
I know I’ll always have my mother
somewhere very near!